ธนีกาญจน์ แดงดา


ธนีกาญจน์ แดงดา
เกิด 15 ธันวาคม 1992, กรุงเทพมหานคร
ตำแหน่ง กองหน้า



ธนีกาญจน์ แดงดา น้องสาวแท้ๆของ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ซึ่งนี่คงจะเป็นพี่น้องชายหญิงเพียงคู่เดียวของวงการฟุตบอลไทย ที่ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ เคยไปค้าแข้งในยุโรปทั้งคู่

'ไหม' ถือเป็นอีกหนึ่งรายที่ไม่ได้เริ่มเล่นกีฬาจากฟุตบอล เธอเริ่มจากการเป็นนักกรีฑา แต่ด้วยการที่ครอบครัวของเธอต้องอยู่กับฟุตบอล ทั้งคุณพ่อของเธอและพี่ชาย ทำให้ 'ไหม' ค่อยๆซึมซับกลิ่นอายของลูกหนังทีละเล็กทีละน้อย จนหันมาชื่นชอบและเล่นอย่างจริงจัง โดยมีความฝันว่าอยากจะได้ไปต่างประเทศบ้าง เหมือนกับ 'มุ้ย' พี่ชายของเธอ

ธนีกาญจน์ใช้เวลาไม่นานในการเพาะบ่มฝีเท้า เธอก็ก้าวไปติดธงกับทีมชาติไทยในระดับเยาวชน และติดเรื่อยมาทุกชุดจนถึงชุดใหญ่ จนมีโอกาสเดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศอย่างที่หวังไว้

ด้วยการเล่นตำแหน่งกองหน้า ซึ่งมีรูปร่างสูงโปร่ง สปีดต้นจัดจ้าน ทำให้ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นผู้เล่นสไตล์ใหม่ ที่ทีมชาติไทยยังไม่มี และจากความยอดเยี่ยมของเธอ ทำให้ได้รับโอกาสไปค้าแข้งที่ยุโรป กับทีมออสเตอร์ซุนด์ ในลีกสวีเดน เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา ลงเล่นทั้งหมด 7 เกม ยิงได้ 3 ประตู ซึ่งเชื่อว่าประสบการณ์ในลีกยุโรปจะช่วยให้เธอแกร่งขึ้น และนำมาช่วยให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต

สุนิสา สร้างไธสง


สุนิสา สร้างไธสง
เกิด 6 พฤษภาคม 1988, นครราชสีมา
ตำแหน่ง แบ็คซ้าย



สาวจากเมืองย่าโม ที่มีพรสวรรค์ในด้านกีฬามาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก โดยเธอได้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพ จึงได้เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง ด้วยความโดดเด่นในการเล่นบอลด้วยเท้าซ้าย เธอมีโอกาสก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทยอย่างรวดเร็ว ในรายการฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่น 17 ปี ที่เกาหลีใต้ ในปี 2005

หลังจากนั้น 'แนนซี่' ก็ติดทีมชาติเรื่อยมา ตั้งแต่ 17 ปี ขยับมา 19 ปี จนกระทั่งขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ ด้วยทักษะ และความใจสู้ไม่กลัวใครของเธอ ทำให้เมื่อถามถึงผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ก็จะต้องนึกถึงชื่อของสุนิสา สร้างไธสง เป็นคนแรกๆอย่างแน่นอน

แข้งสาวผู้ชื่นชอบการร้องเพลงหมอลำ ลงรับใช้ทีมชาติไทยมาอย่างต่อเนื่องในรายการหลักๆ ทั้งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย, ชิงแชมป์เอเชีย, ชิงแชมป์อาเซียน, เอเชี่ยนเกม รวมถึงซีเกมส์ ที่เธอคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้ 2 สมัย ในปี 2007 และ 2013

ภาพ : FEEL PHOTO

นภัทร สีเสริม


นภัทร สีเสริม
เกิด 11 พฤษภาคม 1987, หนองบัวลำภู
ตำแหน่ง กองกลาง



จากนักตะกร้อ ที่หันมาเอาดีบนถนนสายลูกหนัง เมื่อเธอได้เข้าไปคัดตัวเป็นนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในรุ่น 19 ปี ทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง และจากการที่มีพื้นฐานมาจากกีฬาตะกร้ออยู่แล้ว จึงทำให้จังหวะในการเล่นฟุตบอล หรือการคอลโทรลลูกบอลนั้นง่ายขึ้น จนทำให้ 'จันทร์เพ็ญ' หรือชื่อในปัจจุบัน นภัทร สีเสริม เริ่มหลงรักและชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล จึงเลือกเอาจริงเอาจังในด้านนี้

ถึงแม้ว่าจะมีรูปร่างที่เล็ก แต่ 'จ็อบ' มีความเป็นมืออาชีพ ตั้งใจและเต็มที่เสมอในการพัฒนาตัวเอง จนทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นกองกลางระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลหญิงเมืองไทย และด้วยความมีวินัย การดูแลตัวเอง ทำให้เธอเป็นแกนหลักของทีมชาติไทยมาอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าหากเธอไม่บาดเจ็บ เธอจะต้องมีชื่อในทุกรายการที่ทีมชาติไทยลงแข่งแน่นอน

ด้วยสไตล์การเล่นที่ใช้มันสมอง ความชาญฉลาดในการเล่นบอล ทำให้เธอได้ไปค้าแข้งที่แดนปลาดิบ ในปี 2013 กับทีมเอสเปรันซ่า โอซาก้า ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง กาญจนา สังข์เงิน และ พิสมัย สอนไสย์

จากการลงรับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนาน และความคงเส้นคงวา ทำให้เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย จนคว้ารางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม ฟุตบอลสยามโกลเดนบอล มาครองได้ 2 สมัย ในปี 2011 และ 2013

กาญจนา สังข์เงิน


กาญจนา สังข์เงิน
เกิด 21 กันยายน 1986, สุรินทร์
ตำแหน่ง ปีกขวา, กองหน้า



จากนักกรีฑาในระดับเยาวชน หันมาเอาดีในกีฬาฟุตบอล เมื่อเริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง ด้วยการเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพ ในโรงเรียนที่มีการสนับสนุนด้านกีฬา เธอใช้เวลาในการฝึกปรือฝีเท้าที่สถาบันแห่งนี้ไม่นาน ก็ได้รับโอกาสให้เข้าสู่ทำเนียบทีมชาติไทย ในรุ่น 19 ปี เข้าแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก ในปี 2004 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาต่อมา

ด้วยทักษะฟุตบอลและความเร็วที่โดดเด่น ทำให้ปีกขวาความเร็วสูงรายนี้ ได้ไปเล่นในลีกอาชีพที่ญี่ปุ่น กับทีมเอสเปรันซ่า โอซาก้า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤศจิกายน 2013 ซึ่งเธอได้รับประสบการณ์จากประเทศที่เป็นถึงแชมป์โลกมาอย่างมากมาย และนำกลับมาพัฒนาตัวเอง จนมีส่วนช่วยทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2013 และเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในเอเชี่ยนเกม 2014 ซึ่งเธอยิงไปถึง 4 ประตู

นอกจากนั้น กาญจนา สังข์เงิน ยังมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ทีมชาติไทยได้เข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก เมื่อแข้งสาวจากเมืองช้าง จ.สุรินทร์ เป็นผู้เหมา 2 ประตู พาทัพช้างศึกเฉือนเอาชนะสาวเวียดนาม ด้วยสกอร์ 2-1 คว้าตั๋วใบสุดท้ายไปแคนาดา ได้สำเร็จ

ผลงานฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก 2015 รอบสุดท้าย

8 มิถุนายน 2015, Lansdowne Stadium ผู้ชม 20,953 คน
ไทย 0-4 นอร์เวย์



รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย
วราภรณ์ บุญสิงห์, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, ดวงนภา ศรีตะลา Cap., ณัฐกานต์ ชินวงษ์, สุนิสา สร้างไธสง, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, อนุชศรา หมายเจริญ (น.89 ธนัสถา ชาวงษ์), รัตติกาล ทองสมบัติ, นภัทร สีเสริม (น.59 อรทัย ศรีมะณี), กาญจนา สังข์เงิน



----------------------------------------------------------------------------

12 มิถุนายน 2015, Lansdowne Stadium ผู้ชม 18,987 คน
ไทย 3-2 ไอวอรี่โคสต์
น.26, น.45+3 อรทัย ศรีมะณี
น.75 ธนัสถา ชาวงษ์



รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย
วราภรณ์ บุญสิงห์, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, ดวงนภา ศรีตะลา Cap., ณัฐกานต์ ชินวงษ์ (น.90+7 ดารัตน์ ช่างปลูก), สุนิสา สร้างไธสง, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, อรทัย ศรีมะณี (น.73 ธนัสถา ชาวงษ์), กาญจนา สังข์เงิน, อนุชศรา หมายเจริญ, นิสา ร่มเย็น (น.43 รัตติกาล ทองสมบัติ)



----------------------------------------------------------------------------

16 มิถุนายน 2015, Winnipeg Stadium ผู้ชม 26,191 คน
ไทย 0-4 เยอรมัน



รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย
วราภรณ์ บุญสิงห์, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, ดวงนภา ศรีตะลา Cap., ณัฐกานต์ ชินวงษ์, สุนิสา สร้างไธสง, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, อนุชศรา หมายเจริญ (น.87 อลิษา รักพินิจ), รัตติกาล ทองสมบัติ (น.89 ดารัตน์ ช่างปลูก), อรทัย ศรีมะณี (น.79 วิลัยพร บุตรด้วง), กาญจนา สังข์เงิน



ภาพ : FIFA.COM



บอลหญิงไทย ในรายการชิงแชมป์อาเซียน


ย้อนดูผลงาน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในรายการชิงแชมป์อาเซียน

ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีนี้ นับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 8 ของรายการนี้ โดยทีมชาติไทยอยู่ในสายเดียวร่วมกับ ออสเตรเลีย U-20, อินโดนีเซีย และลาว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เคยคว้าแชมป์มาครองได้เพียง 1 สมัย ในปี 2011 และรองแชมป์ในปี 2007 ขณะที่ทีมที่ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้มากที่สุดคือเวียดนามและเมียนมาร์ ที่ได้แชมป์ไปทีมละ 2 สมัยเท่ากัน

สำหรับฟุตบอล AFF Women's Championship หรือ ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2004 ที่ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพ โดยในครั้งนั้นทีมชาติไทย ใช้ทีมอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าแข่งขัน เกมแรกแข้งสาวไทยเสมอกับเจ้าภาพเวียดนามแบบไร้สกอร์ เกมถัดมาพ่ายให้กับสาวเมียนมาร์ 0-1 และเกมที่สามถล่มเอาชนะมัลดีฟส์ 12-0 แต่คะแนนไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ ทำให้ทีมชาติไทยประเดิมทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยการตกรอบแรก

ครั้งถัดมา ที่นครโฮจิมินห์ ในปี 2006 มีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 4 ทีม ประกอบด้วย เวียดนาม, ไต้หวัน, ไทย และเมียนมาร์ โดยในครั้งนั้นทีมสาวไทย มีผู้เล่นอย่างดารัตน์ ช่างปลูก, สุนิสา สร้างไธสง, สุภาภรณ์ แก้วแบน, อนุศรา หมายเจริญ, จันทร์เพ็ญ (นภัทร) สีเสริม รวมถึงกาญจนา สังข์เงิน ทำผลงานได้ดีที่สุดเพียงอันดับสามเท่านั้น จากการชนะเมียนมาร์ 3-2, แพ้เวียดนาม 2-3 และเสมอกับไต้หวัน 1-1

จากนั้นในปี 2007 ที่เมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ ทีมชาติไทยสามารถทะลุไปถึงตำแหน่งรองแชมป์ จากการชนะในทัวร์นาเมนต์หนนั้นทั้งสิ้น 3 เกม และแพ้ 2 เกม ยิงคู่แข่งได้มากถึง 26 ประตู ซึ่งนับเป็นครั้งที่ทีมหญิงไทยยิงประตูได้มากที่สุดในรายการนี้อีกด้วย ถัดมาปี 2008 ทีมชาติไทยยังคงไม่สามารถก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์เปี้ยนได้ เมื่อทำได้ดีที่สุดเพียงการได้อันดับสามเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แข้งสาวจากแดนสยามก็มาทำสำเร็จ ในปี 2011 ที่ประเทศลาว รอบแบ่งกลุ่มทีมชาติไทยเอาชนะมาเลเซียขาดรอย 8-1 จากแฮตทริกของนิสา ร่มเย็น เกมที่สองชนะฟิลิปปินส์ 5-1 และเกมสุดท้ายของรอบนี้ เอาชนะเมียนมาร์ไปได้ 3-1 ผ่านเข้ารอบรองฯไปพบกับทีมเจ้าภาพ และเป็นทางด้านของอนุศรา หมายเจริญ ที่กดแฮตทริกพาสาวไทยเอาชนะลาว 4-0 ทะลุเข้าไปชิงกับทีมแกร่งอย่างเมียนมาร์ ซึ่งแข้งสาวทีมชาติไทยก็ประสบความสำเร็จเฉือนเอาชนะเมียนมาร์ไป 2-1 จากประตูของจันทร์เพ็ญ สีเสริม และ กาญจนา สังข์เงิน

การเป็นแชมป์นั้นว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากกว่า เพราะในครั้งถัดมา ปี 2012 ที่เวียดนาม ทีมชาติไทยก็ไม่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ เมื่อพลาดท่าพ่ายให้กับสาวพม่าในรอบรองฯ 0-1 ก่อนที่จะไปถล่มลาวปลอบใจ 14-1 ในรอบชิงอันดับสาม และครั้งล่าสุดเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา ทีมชาติไทยก็ต้องกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่ม จากผลงานเสมอเวียดนาม 0-0, ชนะจอร์แดน 4-0, แพ้ออสเตรเลีย 2-3 และชนะมาเลเซีย 6-0 ทำให้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยล้างลาความสำเร็จในรายการนี้จวบจนปัจจุบันเกือบ 4 ปีแล้ว

มาหนนี้ บอลหญิงของไทยจะกลับมาครองบัลลังค์เจ้าอาเซียนได้หรือไม่ ซึ่งในขวบปีที่ผ่านมา ก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแฟนฟุตบอลทั้งประเทศ เริ่มจากการคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาครองเป็นสมัยที่ 5, ลบล้างสถิติที่แพ้ทีมชาติจีนมาตลอด 37 ปีได้สำเร็จ จากการเสมอ 2-2 ในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อเดือนกันยายน 2014 ที่ผ่านมา, เข้าถึงรอบ 8 ทีม เอเชี่ยนเกม ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งก่อนหน้านั้นตกรอบแบ่งกลุ่มทุกครััง รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

ดังนั้น ฟุตบอลอาเซียนหนนี้ เปรียบเสมือนบททดสอบของบอลหญิงทีมชาติไทย ว่าตลอดระยะเวลาการเตรียมทีมเก็บตัวมาอย่างยาวนาน จะทำผลงานออกมาได้ดีเพียงใดในเกมระดับภูมิภาค ศักยภาพ ร่างกาย ของนักเตะพัฒนาขึ้นมากน้อยเพียงใด ระบบการเล่น ความเข้าใจเกม จะมีมาตรฐานที่ดีขึ้นจากที่ผ่านๆมา จนกลับมาเป็นแชมป์ในรายการนี้ได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบทั้งหมดอยู่ที่โฮจิมินห์ และจะได้รู้กันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ทีมฟุตบอลหญิงของไทยมีความพร้อม นักเตะมีความสัมพันธ์และทีมเวิร์คที่ดี ดังนั้นผลงานก็จะต้องออกมาเป็นที่น่าประทับใจแฟนบอลอย่างแน่นอน

** สรุปผลงานที่ผ่านมา ในรายการนี้
เข้าแข่งขัน 7 ครั้ง
ลงเล่น 29 เกม
ชนะ 18 เสมอ 3 แพ้ 8 เกม
ยิง 121 ประตู
เสีย 27 ประตู




http://www.supersubthailand.com/article/113-1/index.html

สาวไทยล้างอาถรรพ์ 37 ปี

หากนับจากปี 1977 เป็นต้นมา ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย แพ้ทีมชาติจีนทุกครั้งที่พบกัน กระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2014 ทีมบอลหญิงไทยได้ลงอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติจีนชุดใหญ่ ที่สนามปักกิ่ง โอลิมปิก เซ็นเตอร์ เกมจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 โดยไทยได้ประตูจากรัตติกาล ทองสมบัติ ในน.34 และนิสา ร่มเย็น ในน.67 สามารถล้างอาถรรพ์ไม่แพ้จีนได้สำเร็จ


11 คนแรก ทีมชาติไทย
วราภรณ์ บุญสิงห์
ดารัตน์ ช่างปลูก
ณัฐกานต์ ชินวงษ์
พิกุล เขื่อนเพชร
สุนิสา สร้างไธสง
วิลัยพร บุตรด้วง
นภัทร สีเสริม
ศิลาวรรณ อินต๊ะมี
รัตติกาล ทองสมบัติ
วารุณี เพชรวิเศษ
นิสา ร่มเย็น


สถิติการพบกัน

เอเชี่ยนคัพ 1977 (รอบชิง) , จีน
จีน 3-1 ไทย

เอเชี่ยนคัพ 1989 (รอบแรก) , ฮ่องกง
จีน 3-1 ไทย

เอเชี่ยนคัพ 1991 (รอบแรก) , ญี่ปุ่น
จีน 10-1 ไทย

เอเชี่ยนเกมส์ 2006 (รอบแรก) , กาตาร์
จีน 7-0 ไทย

เอเชี่ยนคัพ 2008 (รอบแรก) , เวียดนาม
จีน 5-1 ไทย

เอเชี่ยนคัพ 2014 (รอบแรก) , เวียดนาม
จีน 7-0 ไทย

กระชับมิตร 2014 , จีน
จีน 2-2 ไทย

ศิลาวรรณ อินต๊ะมี

ศิลาวรรณ อินต๊ะมี
เกิด 21 มกราคม 1994, เชียงใหม่
ตำแหน่ง กองกลาง

สาวเชียงใหม่ผู้ที่หลงรักในกีฬาฟุตบอล เริ่มฝึกฝนทักษะลูกหนังตั้งแต่วัยเพียง 12 ปี จนได้เป็นตัวแทนของ จ.เชียงใหม่ เข้าแข่งขันในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ จากนั้นเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนกีฬา จ.ชลบุรี เป็นสถาบันที่ช่วยขัดเกลาและทำให้เธอได้เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังอย่างเต็มตัว

ถึงแม้ว่าศิลาวรรณ อินต๊ะมี จะมีบุคลิกที่ค่อนข้างขี้อายและพูดน้อย แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการเล่นฟุตบอล เพราะชั้นเชิงและพรสวรรค์ของเธอนัันหาตัวจับได้ยาก ซึ่งมันทำให้เธอพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว จนมีชื่อติดทีมชาติไทยชุด 19 ปี และชุดใหญ่ ตามลำดับ

ในปี 2012 'หมิว'และเพื่อนอีกสองคนคือ นิภาวรรณ ปัญโญสุข กับอลิษา รักพินิจ ได้ไปทดสอบฝีเท้ากับทีมในลีกญี่ปุ่น ทั้งหมดผ่านการทดสอบ แต่ไม่ได้เซ็นสัญญา เนื่องจากนิภาวรรณและอลิษา ในเวลานั้นอายุยังไม่ถึง 18 ปี จึงไม่สามารถเป็นนักเตะอาชีพในญี่ปุ่นได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นการผ่านบอลและวางบอลที่แม่นยำ ออกบอลได้ทั้งซ้ายและขวา ในตำแหน่งมิดฟิลด์ ทำให้ 'หมิว' เป็นตัวหลักของทีมชาติไทยเรื่อยมา และด้วยวัยเพียง 21 ปี เธอยังมีอนาคตที่สดใสต่อไปอีกนานกับทีมชาติไทย




































ขอบคุณเจ้าของภาพด้วยครับ